UNSEEN เชียงใหม่ ที่ที่คุณไม่เคยไปและที่ที่ใครไม่เคยบอกคุณ

cover1

Unseen เชียงใหม่

ที่ที่คุณไม่เคยไป
และที่ที่ใครไม่เคยบอกคุณ

"เปียงหลวง" ชื่อหมู่บ้านที่คนภายนอกไม่ค่อยรู้จักมากนัก หมู่บ้านของชาวจีนยูนนานชายแดนไทย-เมียนมาร์ อำเภอเวียงแหง เชียงใหม่

ที่นี่เต็มไปด้วยเรื่องราวคนจีนยูนนานและชาวไทยใหญ่ รวมถึงความชุ่มชื้นของของขุนเขาในยามหน้าหนาว และชายแดนบ้านหลักแต่งตั้งประชิดเมืองต๋น รัฐฉาน สหภาพเมียนมาร์

ช่วงวันหยุดยาวสิ้นปีแบบนี้ คงไม่มีใครที่จะไม่วางแผนการท่องเที่ยวอย่างแน่นอน คราวนี้เราจะพาทุกคนไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง “ที่ที่คุณไม่เคยไปและที่ที่ใครก็ไม่เคยบอกคุณ” นั่นคือ หมู่บ้านเปียงหลวง อำเภอเวียงแหงของจังหวัดเชียงใหม่ เพียงขับรถออกมาจากตัวเมืองเชียงใหม่มาตามเส้นทางเชียงใหม่ฝาง ผ่านอำเภอเม่ริม อำเภอแม่แตงและอำเภอเชียงดาว เราก็จะมาถึงสามแยกเมืองงาย ที่ๆเราสามารถเลียวซ้ายไปอ่างขางเส้นหลังได้ แต่เราใช้เส้นทางนี้เพียงแค่สั้นๆก็จะมีป้อมยามตำรวจตรงสามแยกเส้นทางบอกไปอำเภอเวียงแหง ระยะทางราวๆ60 กม. แต่เส้นทางเส้นนี้สวยงามไม่แพ้ใครทีเดียว
เสน่ห์ของการเดินทางอย่างหนึ่งคือ ความสวยงามที่เราพบระหว่างทาง ที่นี่มีรถเมย์เส้นทาง เชียงใหม่-ท่าตอน ที่ยังคงเสน่ห์และความงดงามให้เห็นในถนนเส้นหลัก ก่อนที่เราจะเลี้ยวซ้ายตรงสามแยกเมืองงาย เชียงดาว
นอกจากที่นี่จะมีรถเมย์ที่วิ่งระยะไกลแล้ว ยังมีสองแถวเส้นทางเชียงใหม่-ฝาง ที่หลังคารถสามารถบรรทุกสิ่งของที่ผู้โดยสารเอาติดตัวมาด้วยได้ สองอย่างนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการแบบไหนก็ได้
เส้นทางนี้เราสามารถขับรถมาด้วยความปลอดโปร่งสบายใจมากๆเลย เพราะเรียกได้ว่าตลอดเส้นทางนี้แทบไม่มีรถสวนทางหรือมีใครมาแซงเลยทีเดียว
ขับมาได้ค่อนทางเราก็จะมาถึงตลาดกลางดอยประตูเมืองสู่อำเภอเวียงแหง ที่นี่จะมีตลาดของชนเลาวูหรือลีซู ของป่าอุทยานแห่งชาติผาแดง
ความน่ารักอย่างหนึ่งของตลาดที่นี่ก็จะมีบ้านต้นไม้ของลีซู บ้านเล็กๆที่นักท่องเที่ยวสามารถมาสำมผัสได้ด้วยตัวเอง

เลาวู ประตูเวียงแหง

‘เลาวูประตูเวียงแหง’ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1322 ที่ กม.20 กิโลเมตรก่อนจะถึงตัวอำเภอเวียงแหง ที่จุดนี้เรายังต้องขับรถวนขึ้นเขาไปอีกหลายลูก กว่าจะถึงจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นยอดดอยหลวงเชียงดาวในม่านหมอกเหมยที่ระดับความสูง 1,547 เมตรจากระดับน้ำทะเล เรียกได้ว่าจุดนี้ ที่ที่เราอยู่นี้เกือบๆจะเสมอยอดดอยหลวงเชียงดาวเลยเชียวนะ
p3
เวียงแหง1มค62_190105_0094
ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สวยมากๆแห่งหนึ่งของถนนเส้นนี้ อากาศสบายๆดีมาก มีร้านค้าชุมชนของพี่น้องชาวเลาวูหรือลีซอ มาขายของให้กับนักท่องเที่ยวทุกวัน มีกาแฟหอมกรุ่นพร้อมเสริ์ฟกับชาร้อนๆ หอมๆ ท่านกลางบรรยากาศช่วงปีใหม่ที่พี่น้องเลาวูสร้างชิช้าเชื้อกเส้นเดียวให้กับนักเท่องเที่ยวได้มาสำราญสร้างประสบการณ์โล้ชิงช้ากัน
ใครว่าสวรค์บนดินไม่มีจริง ลองมาที่นี่สิแล้วคุณจะรู้ว่าความสุขที่ซื้อหามาไม่ได้ด้วยเงินนั้น ดีต่อใจเท่าใดกัน ชาร้อนบนระเบียงกาแฟบ้านเลาวู
ชิงช้าเชือกเส้นเดียว สัญญลักษณ์หนึ่งของที่นี่ที่เลาวูได้ทำไวต้อนรับท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมเยือนกันบ่อยๆ ใครโล้ไม่เป็นก็ตกไม่เป็นท่าเอาเหมือนกัน
ไม้ 4 ต้นสำหรับทำเสาชิงช้าแล้วผูกปลายด้วยเชือกป่าน ปล่อยให้ย้อยลงมาพอถึงพื้นดินแล้วผูกแป้นไม้ไว้ด้านล่างเพื่อทำเป็นที่นั่งให้คนได้มาสัมผัสวิถีชีวิตที่มีมนต์เสน่ห์
เย็นวันเคาท์ดาวน์_190105_0107

ปลายทางที่"เปียงหลวง"

เราใช้เวลาทั้งหมดรวมการพักผ่อนระหว่างทาง จิบชา กาแฟของพี่น้องเลาวูแล้วก็พากันขับรถออกจากที่นั่น เดินทางมาถึงเปียงหลวง รวมๆ 4 ชั่วโมง แต่ก็ถือว่าไม่มากเกินไปเพราะเรามีความสุข รื่นรมณ์ ตลอดทาง
เย็นวันเคาท์ดาวน์_190105_0119
ll
lll

ที่นี่เปียงหลวง ชีวิตความเป็นอยู่ที่อบอุ่น ใกล้ชิดธรรมชาติและร้อยยิ้มจริงใจจากใจจริง

ที่นี่มีโรงเรียนสอนภาษาจีนที่มีอายุมากกว่า 40 ปี เด็กๆที่นี่ได้รับการศึกษาทั้งจากภาครัฐและโรงเรียนเอกชนแห่งนี้ซึ่งได้รับการสนัสนุนงบประมาณมาจากมูลนิธิต่างๆทั่วโลก ทุกๆปีจะเด็กๆที่สอบผ่านมัธยมศึกษาตอนปลายและจบการเรียนการสอนด้านภาษาจีนจากที่นี่แล้วนำไปสอบเทียบ SHK และมีจำนวนมากที่ได้ทุนการศึกษาจากประเทศจีน และเกาะใต้หวันให้ไปศึกษาในประเทศตนเองแบบ100%
fhainn

ชุมชนเปียงหลวง พหุวัฒนธรรมยูนนาน-ไทยใหญ่

ชุุมชนเปียงหลวง เริ่มด้วยการที่มีพี่น้องชาวไทยใหญ่จากรัฐฉานมาตั้งถิ่นฐานที่นี่นับร้อยปี ว่ากันว่า นายจองดี พ่อค้าวัวต่างถิ่น คือผู้นำชาวไทยใหญ่ให้มาถึงแผ่นดินกลางหุบเขาแห่งนี้ราวร้อยกว่าปีก่อน ที่ราบอันแสนกว้างใหญ่ตามความหมายของการเรียกขานเริ่มกลายเป็นชุมชน ไล่เลยจากบ้านหลังแต่งที่ชายแดน ต่อมาถึงบ้านเปียงหลวง บ้านจอง ลงไปถึงเวียงแหง ทุ่งนาสีเขียวชอุ่มและไร่กระเทียมชั้นดีผ่านพ้นตัวเอง รองรับความเป็นบ้านกลางหุบเขามาเนิ่นนาน
เย็นวันเคาท์ดาวน์_190105_0145
หน้าตาสุกี้ยูนนานที่ทำมาจากไก่ดำหรือไก่กระดูกดำ
เย็นวันเคาท์ดาวน์_190105_0143
ส่วนผสมที่มากลงตัวจนกลั้นใจรับประทานไม่ได้เลย

สุกี้ยูนนานบ้านเปียงหลวง

สุกี้ยูนนานมีชื่อภาษาจีนว่า “หยุ่นหนานโฮโก” หยุ่นหนานก็คือ “ยูนนานโฮ คือ “ไฟ” โ คือ “หม้อ” รวมกันก็เป็น “หม้อไฟยูนนาน” คนจีนนิยมซดและกินในฤดูหนาวเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย สุกี้ยูนนานแตกต่างจากสุกี้ที่เราคุ้นเคยเพราะหม้อขนาดใหญ่ ราคาหม้อนี้ 1,200 บาท
     น้ำซุปต้องเคี่ยวจากกระดูกหมูจนกลมกล่อมหอมหวาน  และเตรียมเครื่องให้ครบ 9 ชั้น ส่วนน้ำจิ้มสุกี้เก้าชั้นที่นี่ต้องยกนิ้วโป้งว่าเข้ากับน้ำซุปเลยทีเดียว นับเป็นเมนูต้นหนาวที่ทำให้อุ่นถึงขั้นร้อนเลยทีเดียวเพราะหม้อไฟร้อนมาก ซดน้ำซุปต้องถอดเสื้อกันหนาวที่เตรียมใส่ออกไปทันที โดยรวมแล้วถือว่าอืด อิ่ม อร่อย

บรรยากาศย่ำค่ำคืนส่งท้ายปีเก่า2561

ความนิ่งสะกดแม้กระทั่งแสงอาทิตย์
ย่ำยามยามก็ถึงเวลาพบปะสังสรรค์ของผู้คน
หมอกเหมย แสงฉาน เริ่มลาลับขอบฟ้า
บรรยากาศย่ำค่ำที่นี่สวยงามมาก อากาศที่นี่โอโซนเต็มปอด เราพักกันที่บ้านพักรีสอร์ทแห่งหนึ่งก่อนถึงตำบลเปียงหลวง ที่นี่เจ้าของรีสอร์ททำชิงช้าด้วยไม้ไผ่(ซาง)จำนวนสี่ต้นเช่นเดียวกับที่เลาวู แต่ผูกเชือกป่านทำชิงช้า 2 เส้น แบบนี้ค่อยเล่นได้สะดวกหน่อย

บรรยากาศคืนส่งท้ายปี2561

กระโจมไฟ รอการรวมตัวของนักท่องเที่ยว
ชิงช้าไม่ไผ่และกระโจมไฟในมุมเดียวกัน
เก้าอี้ไม้กลางสนามและฟืนสำหรับคืนนี้
ปิดท้ายบทความท่องเที่ยวนี้ด้วย ความสวยงามยามค่ำคืนของกระโจมไฟที่กลางวันเป็นชิงช้า กลางคืนเป็นกระโจมไฟให้นักท่องเที่ยวได้มานั่งผิงไฟ ร้องเพลง ทานอาหารกันที่นี่  ทริปเปียงหลวงนี่นะเป็นทริปที่มีคุณค่าอย่างมาก เป็นทริปที่บอกได้เลยว่าคุ้มสุดๆทางด้านจิตใจและความรู้สึก

สวัสดีปีใหม่2562 ด้วยการทำบุญตักบาตรตอนเช้าที่บ้านเปียงหลววง

วัดเปียงหลววง
ตักบาตรตอนเช้าวันที่ 1 มค. 62
วัดฟ้าเวียงอิน ณ ด่านหลักแต่ง
วัฒนธรรมที่เปียงหลวงค่อนข้างหากหลายอย่างมากมีทั้งไทยใหญ่ จีนยูนนาน และอีกหลายชนเผ่าอย่างละเล็กละน้อย เปียงหลวงถือว่ามีประชากรที่มากที่สุดในอำเภอเวียงแหงเลยทีเดียว คนเฒ่าคนแก่ที่นี่บอกว่าเมื่อก่อนเปียงหลวงเจริญกว่านี้มาก เจริญกว่าข้างล่างมากด้วย “คนไทยใหญ่จูงวัวควายมาทีร่วมร้อยตัว ของกินของใช้จากทางเรานั้นเป็นที่ต้องการมาก” ว่ากันว่าตลาดนัดวัวควายที่บ้านหลักแต่งนั้น แสนมีสีสัน เมื่อรวมการค้าที่เปียงหลวงเข้าไปด้วยก็ทำให้หมู่บ้านเล็ก ๆมากมายเต็มไปด้วย “ชีวิตที่ดี
     หลังจากปี พ.ศ. 2545 เปียงหลวงค่อย ๆ ถูกผลพวงแห่งสงครามย่อยสลายภาพแห่งความคึกคัก เมื่อพม่าสั่งปิดชายแดนที่บ้านหลักแต่ง เนื่องจากการสู้รบแสนหนักหน่วงระหว่างรัฐบาลพม่ากับกองกำลังกู้ชาติไทยใหญ่ ที่นำโดยเจ้ายอดศึก ผลลัพธ์ล่องลอยอยู่ในควันปืน อุดมการณ์ และความหวัง  พวกเขาพากันหนีแรงกดดันของสงครามเข้าสู่เปียงหลวงอีกระลอก ไม่นับพวกที่มาก่อน ได้หลักปักฐาน หลายคนกลายเป็นชีวิตไร้แผ่นดิน ต้องอยู่ตามศูนย์อพยพบนแดนดอย เหนือยอดดอยคือ “วัดฟ้าเวียงอินทร์” ที่เคยเป็นศูนย์รวมใจของผู้คนทั้งสองฟากฝั่งขุนเขา หากในวันนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ในส่วนของพม่า คือพระอุโบสถและโรงเรียนปริยัติธรรม ชัดเจนด้วยค่ายทหารและความตึงเครียดทางการเมือง จะมีผ่อนคลายบ้างก็กับการโบกมือไหว ๆ ของเหล่าทหารและรอยยิ้มจากระยะไกล พอเดาได้ในความเป็นเพื่อนร่วมโลกที่ยืนอยู่คนละเส้นเขตแดน

"ที่ที่คุณไม่เคยไปและที่ที่ใครไม่เคยบอกคุณ"

Related posts:

“ขนมครกบ้านคุณพ่อ” อร่อยยกถาด จัดเต็มท็อปปิ้งจุใจ ทานได้ทุกวัย
เที่ยวเชิงนิเวศแนบชิดธรรมชาติ “ชิมชาอัสสัม” ตำบลป่าแป๋ แม่แตง เชียงใหม่
Heart Space @เวิ้งฉำฉา พื้นที่เล็กๆของคนรุ่นใหม่ ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น
วันเด็กเชียงใหม่ 2563 พาน้องๆหนูๆไปไหนกันดีนะ
ซากุระเมืองไทย “ดอกพญาเสือโคร่ง” อีกหนึ่งไฮไลท์ของเชียงใหม่ หนึ่งปีมีครั้ง
พักผ่อนใจรับลมหนาว รวมที่น่าเที่ยวในเชียงใหม่ไม่ไกลเมือง ที่ใครก็ห้ามพลาด
ไปไหนดี? เคาน์ดาวน์เชียงใหม่ 2020 คืนพิเศษกับคนพิเศษ
ชมดอกทิวลิปหลากสีสัน ในเทศกาลชมสวน 2019 อุทยานหลวงราชพฤกษ์
Into the Flower แม่ริม เซลฟี่กับสวนดอกไม้สีขาวสะอาดตา
“สวนดอกทานตะวัน” ม.แม่โจ้ อีกสถานที่น่าถ่ายรูปเช็คอิน
สวนดอกไม้ลุงทน เซลฟี่กับดอกไม้ 2 สี ฤดูหนาวเชียงใหม่
4 โลเคชั่นเช็คอิน กับแสงสีเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่
ติดต่อทีมงาน ChiangMai Life
Chinese (Simplified)EnglishThai